วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

Robin Van Persie Vs Manchester City 2012-13 HD

Robin Van Persie Manchester United Goals 2012- 2013 HD







โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ นักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ผู้เป็นผลผลิตจากทีมเยาวชนของเฟเยนูร์ด ตกลงย้ายจากอาร์เซน่อลมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในวันที่ 15 สิงหาคม 2012

ฟาน เพอร์ซี่ เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 14 ปีกับทีม SBV เอ็กเซลซิเออร์ ในประเทศเนเธอร์แลนด์ แต่ก็เล่นได้เพียงปีเดียว จากนั้นเขาก็ย้ายไปร่วมทีมเฟเยนูร์ด และด้วยวัยเพียง 17 ปี เขาก็ได้ร่วมเล่นในทีมชุดใหญ่ในปี 1990 เนื่องจากอาการบาดเจ็บของนักเตะตัวหลักในทีมหลายๆ คน และในฤดูกาล 2001/02 เขาก็ได้รับรางวัลนักเตะอายุน้อยผู้มีพรสวรรค์จากสมาคมฟุตบอลดัชท์ (the KNVB Best Young Talent award) ในฤดูกาลถัดมาเขาก็ได้เซ็นสัญญาเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรเฟเยนูร์ด แต่เนื่องมีปัญหากับผู้จัดการทีมในขณะนั้นซึ่งก็คือ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ ทำให้เขาไม่ค่อยได้ลงสนามในทีมชุดใหญ่มากนัก ตลอดฤดูกาล 2003/04 เขาก็ต้องนั่งเป็นตัวสำรองข้างสนามตลอดทั้งฤดูกาล แต่ด้วยความสามารถอันโดดเด่นในฐานะนักเตะ (แม้ผู้จัดการทีมจะบอกว่าเขาแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมอยู่เสมอ) เขาก็ยังคงได้เปลี่ยนตัวลงสนามเพื่อช่วยทีมถึง 28 นัดในฤดูกาลนี้ และทำประตูได้ 6 ประตูในเกมลีก

ในฤดูกาล 2004/05 อาร์เซน่อลได้เริ่มมองหานักเตะใหม่เพื่อเป็นตัวแทนนักเตะรุ่นเก๋าอย่าง เดนนิส เบิร์กแคมป์ และพวกเขาก็ได้คว้าตัวฟาน เพอร์ซี่ไปร่วมทีมด้วยสัญญา 4 ปีในค่าตัว 2.75 ล้านปอนด์ อาร์เซน เวงเกอร์ ได้พยายามสร้างให้ฟาน เพอร์ซี่ สามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองกลางตัวรุก และศูนย์หน้า อย่างที่เขาเคยปั้น เธียร์รี่ อองรี มาแล้ว

ฟาน เพอร์ซี่ ลงเล่นนัดแรกให้อาร์เซน่อลในเกมเอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่อาร์เซน่อลเอาชนะแมนฯ ยูไนเต็ด ไปได้ 3 - 1 ในวันที่ 8 สิงหาคม 2004 แต่ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล เขายังคงต้องนั่งในม้านั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเขาก็ได้โอกาสลงสนามไปเล่นแทนตำแหน่งของอองรี ในช่วงที่อองรีมีอาการบาดเจ็บที่น่อง ทำให้ในฤดูกาลแรกของเขาในอังกฤษ เขาได้ลงสนาม 41 นัดและยิงได้ 10 ประตูในทุกถ้วย

ในฤดูกาล 2005/06 ฟาน เพอร์ซี่ มีโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงมากขึ้นและเขาก็โชว์ฟอร์มได้ดีตั้งแต่ต้นฤดูกาล จนถูกเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนพฤศจิกายน 2005 หลังจากยิงได้ถึง 8 ประตูจากการลงเล่น 8 นัด จากนั้นทีมก็ต่อสัญญาให้เขาไปจนถึงมกราคม 2011

ในฤดูกาล 2007/08 หลังจากที่อองรี ย้ายไปร่วมทีมบาร์เซโลนา ทำให้ฟาน เพอร์ซี่ มีโอกาสได้ยึดตำแหน่งศูนย์หน้าตัวจริงของอาร์เซน่อล แต่เขาก็กลับมาอาการบาดเจ็บรบกวนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกระดูกเท้าแตก และการบาดเจ็บที่หัวเข่าในเกมทีมชาติ ทำให้เขาต้องพลาดการลงสนามให้ทีมไปหลายนัด

ฤดูกาล 2008/09 เป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่งของฟาน เพอร์ซี่ เมื่อเขาสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าจะได้ใบแดงแรกในเกมกับสโต๊ค ซิตี้ แต่ในเกมเอฟเอ คัพรอบ 3 วันที่ 3 มกราคม 2009 จากการที่ เชส ฟาเบรกาส กัปตันทีมมีอาการบาดเจ็บ ทำให้ฟาน เพอร์ซี่ ได้รับหน้าที่กัปตันทีมอาร์เซน่อลเป็นครั้งแรก และพวกเขาก็เอาชนะทีมพลายเมาท์ อาร์กายล์มาได้ 3 - 1 โดยฟาน เพอร์ซี่ ยิง 2 ประตูในเกมนี้ และทั้งฤดูกาลนี้เขาทำประตูได้มากถึง 20 ประตู และส่งบอลให้เพื่อนทำประตูได้ 15 ครั้ง ทำให้เขาได้รับการโหวตจากแฟนๆ อาร์เซน่อลให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี

หลังจากอาการบาดเจ็บที่เป็นๆ หายๆ ตลอดช่วงฤดูกาลแรก เขาก็เริ่มขยับขึ้นมาเป็นนักเตะตัวหลักของอาร์เซน่อล เป็นนักเตะหัวใจสำคัญในทุกเกมของอาร์เซน่อล และเมื่อเข้ารับตำแหน่งกัปตันทีม เขาก็เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในทีมของอาร์เซน เวงเกอร์ และเป็นนักเตะที่ดีที่สุดคนหนึ่งในฤดูกาล 2011/12 โดยเวงเกอร์ได้เคยให้สัมภาษณ์หลังจากที่ฟาน เพอร์ซี่ทำแฮตทริกได้ในเกมที่ชนะเชลซี 5 - 3 ว่า "ความฉลาดในการเคลื่อนที่ของเขาไปรอบๆ กรอบเขตโทษ และความแม่นยำในการจบสกอร์ของเขานั้นโดดเด่นไม่เหมือนใคร"

ฟาน เพอร์ซี่ ทำประตูได้ทั้งสองนัดที่พบกับแมนฯ ยูไนเต็ดในฤดูกาล 2011/12 และยืนยันว่าเขาคือศูนย์หน้าระดับโลกคนหนึ่งที่มีฟอร์มการเล่นที่เฉียบขาดและมีส่วนร่วมในชัยชนะของทีมอยู่เสมอ นอกจากนี้ ความเชี่ยวชาญในการเปิดลูกตั้งเตะของเขาก็เป็นอีกความสามารถหนึ่งที่ยอดเยี่ยม และเขาก็ยังแสดงถึงความไม่เห็นแก่ตัว ด้วยการเปิดบอลให้เพื่อนทำประตูได้จำนวนมากเช่นกัน

ในเกมกับทีมชาติ เขาทำประตูให้เนเธอร์แลนด์ได้ในเกมที่พ่ายต่อเยอรมันในศึกยูโร 2012 ซึ่งถือเป็นรายการหนึ่งที่น่าผิดหวัง

เดนนิส เบิร์กแคมป์ ผู้ซึ่งเป็นรุ่นพี่ทั้งในทีมชาติ และในทีมอาร์เซน่อล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ยกย่องฟอร์มการเล่นของฟาน เพอร์ซี่ว่า "เขาสามารถสร้างความแตกต่างให้ทีมได้หลายต่อหลายครั้ง ในความเห็นของผมนะ และผมคิดว่านี่แหละคือคำอธิบายถึงความเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม มันเหลือเชื่อจริงๆ ที่เขาพัฒนาตัวเองได้ขนาดนี้ และนักเตะแบบนี้สมควรที่จะได้ถ้วยรางวัลกับทีม บุคลิกและรูปแบบการเล่นของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก"

แม้ว่าจะพ่ายต่อสเปนในฟุตบอลโลกปี 2010 แต่เขาก็เคยชูถ้วยแชมป์ยูฟ่า คัพกับเฟเยนูร์ดในปี 2002 และเคยชูถ้วยเอฟเอ คัพ ในอีก 3 ปีให้หลังกับอาร์เซน่อล ในเกมที่พวกเขาเอาชนะแมนฯ ยูไนเต็ดได้ในนัดชิงชนะเลิศจากการยิงลูกโทษที่คาร์ดิฟฟ์ ในเกมนี้เขาลงสนามในฐานะตัวสำรองและสามารถยิงบอลผ่านมือ รอย คาร์โรลล์ เข้าไปได้ แต่นอกจากถ้วยนี้แล้ว และไม่นับถ้วยการกุศลอย่างคอมมิวนิตี้ ชิลด์ เขาก็ไม่เคยชูถ้วยใดๆ กับอาร์เซน่อลอีกเลย

แม้จะได้ลงสนามเป็นนักเตะตัวหลักอย่างสม่ำเสมอ และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับอาร์เซน่อลมาโดยตลอด แต่ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2012 ฟาน เพอร์ซี่ก็ออกมาประกาศต่อสื่อว่าเขาจะไม่ต่อสัญญากับอาร์เซน่อล และนั่นก็ส่งผลให้ทีมยักษ์ใหญ่หลายทีมจ้องที่จะคว้าตัวเขาไปเสริมทีม รวมทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแล้ววันที่ 15 สิงหาคม 2012 เว็บไซต์ของทีมปีศาจแดงก็ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้ตกลงกับอาร์เซน่อล ในการคว้าตัวโรบิน ฟาน เพอร์ซี่มาร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เพิ่งได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของอาร์เซน่อล หลังจากโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา นักเตะดัชท์ผู้นี้เป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ ลีก ในปีที่ผ่านมาด้วยจำนวน 30 ประตู มากกว่าอันดับสองคือ เวย์น รูนี่ย์ อยู่ 3 ประตู ซึ่งในฤดูกาล 2012/13 นี้ทั้งคู่จะได้เล่นด้วยกัน และคาดว่าจะได้ร่วมกันสร้างสรรค์ประตูอีกมากมาย

หวังว่าในเวลาอันใกล้นี้ชัยชนะของทีมจะมาพร้อมกับความสามารถอันโดดเด่นของโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และการย้ายมายังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดของเขานั้นจะช่วยเสริมแนวรุกของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันให้แข็งแกร่งมากขึ้น

เกียรติประวัติกับทีม

พรีเมียร์ ลีก 2012-2013
คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2013

เกียรติประวัติส่วนตัว

Sir Matt Busby Player of the Year 2013


โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
วิเคราะห์ : ฟาน เพอร์ซี่ นักเตะยอดเยี่ยมเดือนสิงหาคม
รวมเหตุการณ์สุดยอดของ ฟาน เพอร์ซี่
ฟาน เพอร์ซี่ ครองตำแหน่งนักเตะรองเท้าทองคำได้อีกสมัย
ฟาน เพอร์ซี่ ซิวรางวัลประตูยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล
ฟาน เพอร์ซี่ คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีที่โหวตโดยแฟนบอล
พัลลิสเตอร์ : การมาของฟาน เพอร์ซี่ทำให้นึกถึงคันโตน่า
20 สิ่งที่คุณอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
Red on the Rock "จังหวะได้-เสีย กับ ฟาน เพอร์ซี่"
RVP จากปากคำของเซอร์ อเล็กซ์

สโมสร
รายการลงสนามสำรองประตูใบเหลืองใบแดง
ฟุตบอลลีก, พรีเมียร์ ลีก4232970
เอฟเอ คัพ44110
ลีก คัพ00000
ยูโรเปี้ยน / อื่นๆ71520
รวม53835100

ทีมชาติ
รายการลงสนามสำรองประตูใบเหลืองใบแดง
ทีมชาติ68829100

แกลอรี่ ดูทั้งหมด
  
วอลเปเปอร์ ดูทั้งหมด

ผีประเคน 38 ลป.หมายรวบเบนส์,บาร์คลี่ย์


    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเตรียมสอยนักเตะจากเอฟเวอร์ตันอีกรอบเมื่อพร้อมทุ่มเงิน 38 ล้านปอนด์คว้า เลห์ตัน เบนส์และรอสส์ บาร์คลี่ย์มาเสริมทัพในช่วงต้นปีหน้า

เดวิด มอยส์กุนซือ"ปีศาจแดง"หวังดึงบาร์คลี่ย์ที่คาดว่ามีค่าตัวราว 20 ล้านปอนด์ซึ่งถือถูกว่าอันเดร เอร์เรราและซามี เคห์ดิราอีกสองเป้าหมายเมื่อช่วงซัมเมอร์เกือบเท่าตัวมาเสริมทัพ

ขณะที่ในรายเบนส์ก็ยังอยู่ในลิสต์เป้าหมายของมอยส์เพราะกุนซือเลือดสก็อตต้องการแบ็คฝีเท้าดีเข้ามาช่วยงานปราทิซ เอฟราที่กรำศึกหนักนั่นเอง

แต่โอกาสคว้านักเตะของ"ปีศาจแดง"ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อเอฟเวอร์ตันกำลังวางแผนยื่นสัญญาฉบับใหม่ที่จะทำให้เบนส์กลายเป็นนักเตะที่รับค่าเหนื่อยมากสุดให้พิจารณา ขณะที่ในรายของบาร์คลี่ย์อาจต้องเผชิญหน้ากับการแย่งตัวจากเชลซี

รายละเอียด ตารางคะแนน แมนยู



 
 ในบ้่านนอกบ้าน 
อันดับทีมแข่งชนะเสมอแพ้ได้เสียชนะเสมอแพ้ได้เสียผลต่างคะแนน
 5 ตารางคะแนน รายละเอียด พรีเมียร์เลีก แมนยู แมนยู4110201014247

     ของเขาขลัง!หมูรูนเบิ้ล+แอสซิสต์คืนผีดุยิงห้างยาดับ 4-2
 
 
 

เวย์น รูนี่ย์ในเวอร์ชั่นสวมเฮดแบนด์แรงต่อเนื่องเมื่อเกมนี้ยังคงโชว์ฟอร์มพระเอกจัดการกดสองตุงเป็นลูกที่ 200 ที่ยิงให้กับทีมพร้อมกับอีกหนึ่งแอสซิสต์ให้"ปิศาจแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดประเดิมแชมเปี้ยนส์ลีกเกมของเดวิด มอยส์ด้วยชัยชนะซิวเลเวอร์คูเซ่นไป 4-2

ฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม

สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด

วันอังคารที่ 17 กันยายน 2556


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4:2 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

ประตู
 : 1-0 รูนี่ย์ น.22, 1-1 โรลเฟส น.54, 2-1 ฟาน เพอร์ซี่ น.59, 3-1 รูนี่ย์ น.70, 4-1 วาเลนเซีย น.79, 4-2 โทปราค น.88

เกมนี้แฟนแมนฯ ยูไนเต็ดยิ้มออกเมื่อเฟลไลนี่และคากาวะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงกันแล้วโดยมีรูนี่ย์ออกสตาร์ทต่อเนื่อง ส่วนแบ็คขวามีสมอลลิ่งลงมายืมคุมให้นอกนั้นเหมือนๆเดิม

ฝั่งเลเวอร์คูเซ่นมากันครบทั้งเกมรับเกมรุกมีฮึงมิน, แซมและคิสลิ่งเป็นสามประสานแดนหน้าส่วนตรงกลางชานดาวรุ่งแววดีลงมาคุมกลางร่วมกับโรลเฟส

ด้านสถิติที่เคยพบกันมา"ปิศาจแดง"นั้นไม่เคยแพ้ให้กับ"ห้างค้ายา"เลยในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก(ชนะ 2 เสมอ 2) แต่ทีมดังแดนผู้ดีก็ต้องตกรอบเพราะพวกเขามาแล้วในเกมรอบรองชนะเลิศซีซั่น 2001/02 ด้วยอเวย์โกล์

ครึ่งแรก 

เพอร์ซี่ยิงทักทายส่งบอลหลุดเสาก่อน
ออกสตาร์ทมาเป็นเจ้าบ้านได้ทักทายกันก่อนจากเฟลไลนี่ฝากบอลให้กับฟาน เพอร์ซี่พาบอลหนีตัวประกบขึ้นไปหน้าเขตโทษแล้วตัดสินใจขอสับไกเองกดเรียดส่งบอลพุ่งผ่านเสาขวามืออกหลังไปก่อน

น้องเล็กโหม่งฟรีคิกบอลย้อยตกบนตาข่าย
ผ่านมา 15 นาทีก็ยังไม่เร่งรีบอะไรกันมากทั้งสองทีมยังออกแนวนิ่งๆไปหน่อยมีโอกาสของแมนฯ ยูไนเต็ได้ลุ้นอีกแล้วจากฟรีคิกระยะ 30 หลาเลือกบอมบ์เข้าไปในเขตโทษเป้าหมายมีเพียบก่อนสมอลลิ่งจะมาโหม่งเสียได้แต่โด่งไปหน่อยบอลย้อยไปตกบนตาข่าย

เขาอีกแล้ว!พี่ติ๊กตักมาให้รูนวอลเล่ย์ส่งผีออกนำ
หลังจากได้บุกต่อเนื่อง"ปิศาจแดง"ทะยานออกนำไปเรียบร้อยแล้วจากจังหวะที่ฟาน เพอร์ซี่วนอยู่มุมธงเขตโทษทางซ้ายแต่เปิดไม่ได้เลยคืนออกไปหน้าเขตโทษ คาร์ริกระดกให้คากาวะโหม่งเช็ดออกไปทงซ้ายเอฟร่าวิ่งไปเก็บเปิดสุดเส้นหลังมาตรงกลางรูนี่ย์สอดมาแปไม่จับบอลกระเด้งพื้นเข้าประตูเลโน่พยายามบอกผู้ตัดสินหลังประตูว่าวาเลนเซียมาพัวผันอยู่จังหวะจะเซฟแต่ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงการตัดสิน แมนฯ ยูไนเต็ดออกนำไปแล้ว 1-0

ห้างยาบุกยังไม่ได้จบจังๆเท่าไหร่
ทาง"ห้างค้ายา"ก็เริ่มทำเกมบุกเข้าใส่ได้บ้างแล้วทำเกมป้วนเปี้ยนได้บ่อยขาดแต่จังหวะจบจังๆเท่านั้น มีบอลเปิดจากฝั่งขวาเข้ามาได้ลุ้นด้วยแต่สมอลลิ่งยังช่วยไว้ขัยบมาโหม่งออกหลังได้ก่อนเจอคิสลิ่งโถมมาโขก

เพอร์ซี่ได้ตบเข้ากลางแต่ตัวชาร์จเข้าไม่ถึง
เข้านาที 36 แล้วมาถึงตรงนี้ถือมีแต่จังหวะเฉียดไปมาหนนี้ก็เช่นกันที่รูนี่ย์เล่นบอลโต้กลับฝากไปทางซ้ายให้คากาวะเลี้ยงจี้ใส่เขตโทษก่อนไหลตามช่องให้ฟาน เพอร์ซี่หลุดไปไม่ล้ำหน้าสุดเส้นหลังหักกลับมาตรงกลางเลยตัวชาร์จหมด วาเลนเซียทางเสาไกลจะมายิงก็ไม่ทันอีกโดนเตะทิ้ง

เกือบหล่ออีกแล้ว!รูนปั่นฟรีคิกหลุดเสาแรก
ช่วงท้ายเกือบมีตุงที่สองของเจ้าบ้านเพิ่มเติมในจังหวะฟรีคิกเยื้องมาทางซ้ายระยะราว 25 หลาและเป็นรูนี่ย์ที่เพิ่งซัดฟรีคิกมารับหน้าที่ต่อปั่นผ่านกำแพงมาแล้วแต่บอลยังโค้งมากไปหน่อยหลุดเสาแรกออกหลังไปแบบหวาดเสียวเลย

คากาวะได้สับไกอีกดอกแฉลบผ่านเสาไกลนิดเดียว
เกือบจะมีประตูที่สองให้แมนฯ ยูไนเต็ดอีกครั้งจากบอลออกมาทางขวาให้กับวาเลนเซียรถด่วนไม่ซิ่งแล้วมองยาวก่อนเปิดโค้งเข้าเขตโทษยาวไปเสาไกลถึงคากาวะที่รออยู่พักอกเอาบอลลงก่อนซัดด้วยขวาเลยก่อนแฉลบแล้วหลุดเสาไกลออกหลังนิดเดียวเท่านั้น ก่อนจบครึ่งแรกที่แมนฯ ยูไนเต็ดนำ 1-0

ครึ่งหลัง 

แซมได้ยิงบ้างแต่ไม่หนีซองเด เกอา
ลงสนามกันต่อในช่วงเวลาที่เหลือแล้วทีมเยือนได้เสียเวลยจากจังหวะที่เลเวอร์คูเซ่นยกบอลเข้าเขตโทษแล้วแนวรับแมนฯ ยูไนเต็ดโหม่งกันไม่ดีเข้าเท้าของแซมในเขตโทษพิงอยู่กับวิดิชก่อนจะหมุนหนีมาได้เข้าซ้ายก็กดเลยแต่ยังไม่คมพอตรงตัวเด เกอารับเข้าซองเอาไว้

มันต้องสองแล้ว!รูนเดี่ยวๆกับตาข่ายกึ่งยิงกึ่งผ่านหน้าประตูเฉย
นาที 52 มันต้องเป็นประตูที่สองของแมนฯ ยูไนเต็ดไปแล้วจากจังหวะที่โทปราคเล่นหน้าเขตโทษแล้วสะดุดยอดหญ้าลื่นเองซะอย่างนั้นเลยเจอรูนี่ย์ฉกบอลเข้าเขตโทษเดี่ยวๆกับเลโน่ก่อนเลี้ยงหนีเลโน่มาได้เหลือแค่เสากับตาข่ายและฟาน เพอร์ซี่ที่รออยู่ตรงกลางสุดท้ายไม่รู้จะเปิดจะยิงกลายเป็นส่งบอลผ่านหน้าปากประตูไปออกอีกฝั่งเฉยเลยทำรถผ้าป่าคว่ำกันไป

โดน..โดนแล้วล่ะ...โรลเฟสยิงโค้งเสียบเสาห้างยาไล่เจ๊าได้แล้ว
แล้วไม่ได้ลูกสองถึงกับหงายหลังล้มตึงเลยเมื่อ"ห้างค้ายา"มาได้ประตูตีเสมอเรียบร้อยจากฮึง มินไถเข้าเขตโทษมาพยายามยิงติดบล็อกแต่บอลยังไม่ไปไหนมาอยู่กับฮึง มินแต่หาช่องไม่ได้ก็เลยคืนมาหน้าเขตโทษจบลงที่โรลเฟสยิงด้วยซ้ายไม่ต้องจับแฉลบคาร์ริคนิดๆจนโค้งซะสวยเสียบเข้าเสาซ้ายมือแบบเด เกอาหมดสิทธิ์เซฟทำมอยส์ถึงกับกลุ้ม เลเวอร์คูเซ่นตีเสมอ 1-1 สำเร็จ

ต้องพี่เขา!รถด่วนเปิดให้ RVP วอลเล่ย์พาผีนำอีกหน
แต่สุดท้าย"ปิศาจแดง"ก็กลับมาออกนำได้อีกครั้งจนได้ในนาที 59 จากบอลออกมาทางขวาที่วาเลนเซียติดเครื่องพระชากหนีเลเวอร์คูเซ่นเข้ามาหมดมาจนจะสุดเส้นหลังแล้วตักมาทางเสาแรกก่อนจบลงด้วยฟาน เพอร์ซี่ตวัดวอลเล่ย์ด้วยขวาส่งบอลผ่านมือเลโน่เข้าประตูไปอีกครั้ง แมนฯ ยูไนเต็ดกลับมานำแล้ว 2-1

รถด่วนพาบอลมายิงเองยังติบล็อกออกหลัง
เกมบุกของแมนฯ ยูไนเต็ดยังมาได้เรื่อยจังหวะนี้ก็เช่นกันจากบอลที่รูนี่ย์โต้กลับจ่ายออกไปทางขวาถึงเท้าของวาเลนเซียพาบอลขึ้นมาเองก่อนตัดสินใจลองสับไกจากหน้าเขตโทษไปติดบล็อกอีกแล้วก่อนแฉลบออกหลังไป

ผีเสียแว้บ!เบนเดอร์ได้ทีกดเต็มๆแต่ตรงตัวลามะ
ใจหายทั้งโอลด์ แทรฟฟอร์ดเลยเมื่อเลเวอร์คูเซ่นทำหวาดเสียวเกือบตีเสมอได้อีกหนเริ่มจากบอลจ่ายจะให้คิสลิ่งแต่เลยไปพยายามไปบี้คืนเอาจากแนวรับแมนฯ ยูไนเต็ดก่อนจะเคลียร์กันไม่ขาดกลายเป็นมาเข้าทางเบนเดอร์วิ่งเข้ามากดเต็มๆแต่ยังดีบอลไม่ออกซ้ายออกขวาพุ่งมากลางประตูเด เกอาเลยล้มรับติดหนึบเลย

มอบโชคอีกแล้ว!หนนี้รูนไม่พลาดยิงเบียดเสาเพิ่มลูกสาม
หลังไม่เสีย"ปิศาจแดง"มาลงโทษเพิ่มตุงที่สามได้สำเร็จจากบอลโต้กลับโดยเด เกอาเลยเปิดบอลยาวจากเขตโทษตัวเองขึ้นมาหน้าสุดแล้วหลังเลเวอร์คูเซ่นพลาดอีกแล้วคุยไม่ดีเข้ามาแย่งกันโหม่งสุดท้ายกลายเป็นโหม่งเข้าทางรูนี่ย์ได้พาบอลหลุดเข้าเขตโทษมาทางซ้ายก่อนยิงอย่างใจเย็นผ่านเลโน่เบียดเข้าเสาแรกไปเรียบร้อยแก้ตัวสำเร็จ แมนฯ ยูไนเต็ดทิ้งห่างให้โล่งขึ้นเป็น 3-1

โหดจริงพ่อ!หมูจ่ายให้รถด่วนกดตุงที่สี่
เจ้าบ้านยังไม่เพียงพอมาบวกเพิ่มอีกลูกแล้วเป็นอีกครั้งที่เกมโต้กลับของพวกเขาแผลงฤทธิ์จากบอลของยังที่ลงมาใหม่พามาทางซ้ายก่อนจะฝากกลับไปตรงกลางที่รูนี่ย์แทงออกตามช่องไปทางขวาให้วาเลนเซียควบมาไม่ต้องจับกดเต็มข้อด้วยขวาผ่านเลโน่เข้าไปอีกดอกกลายเป็น 4-1 ให้แมนฯ ยูไนเต็ด

ไม่ยอมเฟ้ย!โทปราคซ้ำลูกโขกชนคานห้างยาตามห่างๆ
แต่"ห้างยา"ไม่ยอมง่ายๆไล่มาห่างๆในช่วงท้ายจากเตะมุมทางขวาที่เด เกอาตัดบอลทีแรกไม่โดนเจอเบอร์สามโหม่งชนคานเด้งออกมาแล้วเคลียร์บอลกันไม่ได้มาตกตรงหน้าโทปราคจัดการยิงซ้ำชนคานกระเด้งเข้าประตูไปจนได้ เลเวอร์คูเซ่นไล่ห่างๆ 4-2

ไม่ห้าได้ไง?!เพอร์ซี่ชาร์จเผาขนยิงออกหน้าตาเฉย
มันน่าได้ลูกห้าฝังปิดกล่องอีกดอกจริงๆจากการพาบอลขึ้นมาทางขวาของวาเลนเซียอีกแล้วก่อนเปิดยัดเข้ามาในเขตโทษบอลผ่านเลโน่ที่ตัดบอลไม่ถึงไปแล้วก่อนเป็นฟาน เพอร์ซี่โผล่มาชาร์จจ่อๆไม่ถึง 5 หลาแต่ดันแปหลุดเสาไกลออกไปเฉยเลย

สุดท้ายไม่มีอะไรเพิ่มจบเกมแมนฯ ยูไนเต็ดประเดิมชัยในแชมเปี้ยนส์ลีกให้มอยส์เอาชนะเลเวอร์คูเซ่น 4-2 และรูนี่ย์ยิงให้ทีมครบ 200 ลูกไปแล้วด้ว ส่วนทีมเก็บสามแต้มคู่กับซัคเตอร์ทีมร่วมกลุ่มนำโด่งหัวตารางไปก่อน

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
 : ดาบิด เด เกอา 5.5, ปาทริช เอฟร่า 7.0, ริโอ เฟอร์ดินานด์ 5.5, เนมันย่า วิดิช 6.0, คริส สมอลลิ่ง 6.0, ไมเคิ่ล คาร์ริค 7.0, มารูยาน เฟลไลนี่ 6.0 (เคลฟเวอร์ลี่ย์ น.80 -), อันโตนิโอ วาเลนเซีย 7.5, ชินจิ คากาวะ 6.0 (ยัง น.71 5.5), เวย์น รูนี่ย์ 8.5* (เอร์นานเดซ น.85), โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ 7.0

สำรองไม่ได้ลงสนาม : อันเดอร์ส ลินเดการ์ด, จอนนี่ อีแวนส์, ฟาบิโอ ดา ซิลวา, อันแดร์สัน

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น : แบรนด์ เลโน่ 5.5, เอเมียร์ สปาฮิช 6.0, เซบาสเตียน โบนิช 5.5, เออเมอร์ โทปราค 5.5, จุยลิโอ โดนาติ 6.0, สเตฟาน ไรนาร์ทซ์ 5.5, ไซม่อน โรลเฟส 7.0, เอ็มเร่ ชาน 7.0, ซน ฮึง มิน 5.5 (เบนเดอร์ น.64 6.0), ซิดนี่ย์ แซม 6.0 (ครูเซ่ น.79 -), สเตฟาน คิสลิ่ง 5.5 (แดร์ดิย็อค น.79 -)

สำรองไม่ได้ลงสนาม : อันเดรส ปาล็อป, ฟิลิปป์ โวลล์ชายด์, โรแบร์โต้ ฮิลแบร์ต, เลวิน โอซตูนาลี่



























วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

ทีมงานประจำสโมสร

บริษัท แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำกัด
  • ประธานสโมสรร่วม – โจเอล เกลเซอร์ และ อาฟราม เกลเซอร์
  • ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร – เดวิด กิลล์
  • ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ - ไมเคิล โบลิ่งโบรค
  • ผู้อำนวยการด้านการค้า – ริชาร์ด อาร์โนลด์
  • ผู้อำนวยการบริหาร - เอ็ด วู้ดเวิร์ด
  • ผู้อำนวยการ – ไบรอัน เกลเซอร์ / เควิน เกลเซอร์ / เอ็ดเวิร์ด เกลเซอร์ / ดาร์ซี เกลเซอร์
สโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ทีมผู้ฝึกสอนและแพทย์

การเทคโอเวอร์ของมัลคอล์ม เกลเซอร์

ในวันที่12 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 (2005) มัลคอล์ม เกลเซอร์ นักธุรกิจชาวสหรัฐอเมริกาสามารถครอบครองในสโมสรเกินร้อยละ 70 หลังจากบรรลุข้อตกลงซื้อหุ้นของผู้ถือหุ้นเจ. พี. แมกมานัส และจอห์น แมกเนียร์ ซึ่งถือหุ้นอยู่ร้อยละ 28.7 จาก และแฮร์รี่ ดอบสัน ผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับสามชาวสกอต[7][8] ในวันที่ 16 พฤษภาคม เกลเซอร์ครอบครองหุ้นเกินร้อยละ 75 ซึ่งทำให้เขาสามารถนำสโมสรออกจากตลาดหลักทรัพย์ได้[9] แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดถูกนำออกจากตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนในวันที่ 22 มิถุนายน[10] เกลเซอร์สามารถครอบครองหุ้นร้อยละ 98 เป็นผลสำเร็จในวันที่ 28 มิถุนายน ซึ่งเกินระดับที่กำหนดให้บังคับซื้อหุ้นส่วนที่เหลือ[3] มัลคอล์ม เกลเซอร์แต่งตั้งลูกชายสามคนของเขาเข้าในคณะกรรมการบริหาร ผู้สนับสนุนจำนวนมากไม่พอใจการเข้าครอบครองกิจการของเกลเซอร์[11]

ยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (1986-2013)

อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคนปัจจุบัน
อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้เข้ามาคุมทีมต่อ โดยในฤดูกาลแรกสโมสรจบฤดูกาลด้วยอันดับ 11 แต่ในปีต่อมาก็ได้อันดับสองโดยไบรอัน แมคแคลร์ทำประตูได้ถึง 21 ประตู เป็นคนแรกของทีมหลังจากที่จอร์จ เบสต์เคยทำได้มาก่อนหน้านี้
ในปี 1989 เฟอร์กูสันเกิดความยากลำบากในการคุมทีมขึ้น เนื่องจากตัวผู้เล่นหลายตัวที่เขานำเข้ามาในทีมไม่เป็นที่พอใจของแฟนบอล มีข่าวออกมาว่าสโมสรจะปลดเฟอร์กี้ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมในช่วงต้นปี 1990 แต่การชนะนอตติ้งแฮม ฟอเรสต์ในรอบสาม ของเอฟเอ คัพ ก็ทำให้เขาสามารถคุมทีมต่อไปได้ จนคว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้ในปีนั้น เป็นแชมป์แรกให้กับเขาในการคุมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
ฤดูกาล 1990-91 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ โดยการเอาชนะบาร์เซโลนา จากสเปน ในนัดชิงชนะเลิศ แต่ปีต่อมาทีมทำผลงานไม่ดีนักในพรีเมียร์ลีก
สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในลอนดอนเมื่อปี 1991 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 18 ล้านปอนด์ จากนั้น สโมสรต้องเปิดเผยข้อมูลการเงินทั้งหมดสู่สาธารณะ
เอริก กองโตนา อดีตกองหน้าคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในช่วงฤดูกาล 1992-1997
เอริก กองโตนาย้ายจากลีดส์ ยูไนเต็ดมาร่วมทีมเมื่อปี 1992 ส่งผลต่อความสำเร็จของทีมเป็นอย่างมาก ทำให้ทีมได้แชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้นทันที ซึ่งนับเป็นแชมป์ลีกหนแรกในรอบ 26 ปี นับจากที่ได้มาครั้งล่าสุดในปี 1967 ปีต่อมา ทีมได้ดับเบิลแชมป์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร แต่ในปี 1994 นั้นเอง แมตต์ บัสบี้ ตำนานกุนซือของได้เสียชีวิตลงในวันที่ 20 มกราคม
ฤดูกาล 1994-95 คันโตนาถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษลงโทษห้ามแข่งถึง 8 เดือน หลังจากที่ไปกระโดดถีบใส่แมทธิว ซิมมอนส์ แฟนบอลคริสตัล พาเลซ ปีนั้น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้รองแชมป์ทั้งพรีเมียร์ลีกและเอฟเอ คัพ เฟอร์กูสันได้กระทำสิ่งที่ขัดใจแฟนบอลของทีมอีกครั้ง ด้วยการขายนักเตะสำคัญของทีมและดันนักเตะจากทีมเยาวชนขึ้นมาเล่นแทน แต่ปีนั้นทีมก็สามารถคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้อย่างน่ายกย่อง โดยเป็นทีมแรกของเกาะอังกฤษ ที่สามารถคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้เป็นสมัยที่สองซึ่งเว้นจากครั้งแรกที่ได้ดับเบิ้ลแชม์ในปี 1994 เพียงปีเดียว และสามารถที่จะลบคำสบประมาทที่ถูกปรามาสเอาไว้ว่าไม่สามารถที่จะประสบความสำเร็จใดๆได้ จากการผลักดันเด็กเยาวชนของทีมให้ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่
สโมสรคว้าแชมป์ลีกอีกครั้งในปี 1997 จากนั้น เอริค คันโตนาได้ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลด้วยวัยเพียง 30 ปีซึ่งเร็วกว่านักเตะคนอื่นๆ มาก ฤดูกาลทีมยังเริ่มต้นการแข่งขันได้ดี แต่มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนมามากจนทำให้จบฤดูกาลได้เพียงอันดับสองเท่านั้น
ปี 1998-99 ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ด้วยการเป็นทีมแรกของอังกฤษที่คว้าทริปเปิลแชมป์ ซึ่งประกอบด้วยพรีเมียร์ลีก เอฟเอคัพ และยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีกได้ในฤดูกาลเดียวกันอย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก โดยในนาทีสุดท้ายของเกมนั้น ทีมยังตามหลังบาเยิร์น มิวนิกอยู่ 1-0 แต่แล้วในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาทีนั้น ทีมสามารถทำได้ถึงสองประตูพลิกกลับมาชนะ 2-1 ได้อย่างเหลือเชื่อจากเท็ดดี เชอริงแฮม และ "เพชรฆาตหน้าทารก" โอเล กุนนาร์ โซลชา
ไรอัน กิกส์ นักเตะที่ลงเล่นมากที่สุดของสโมสร
จากการคว้าสามแชมป์ ทำให้อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้รับการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากสมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบถที่ 2 เป็นท่านเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพื่อตอบแทนผลงานที่สามารถสร้างชื่อเสียงและเกียรติประวัติให้แก่ประเทศ ซึ่งถือเป็นบุคคลที่ได้รับตำแหน่งท่านเซอร์คนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยผู้ที่ได้รับคนแรกคือ เซอร์แมตต์ บัสบี้ คนที่สองคือ เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ตำนานของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
หลังจากคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลที่ผ่านมา ในฤดูกาล 1999-2000 ถึง 2000-2001 ยูไนเต็ดสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในวงการฟุตบอลอังกฤษโดยการแชมป์ลีก 3 ครั้งติดต่อกัน ซึ่งเป็นทีมทึ่ 3 ที่ทำได้ (ทีมที่ทำได้ก่อนหน้าคือทีมแรกอาร์เซนอลฤดูกาล 1932-33, 1933-34 และ 1934-35และลิเวอร์พูล) และในช่วงนั้นยูไนเต็ดได้คว้าตัวนักเตะสำคัญคือ กองหน้าชาวดัตช์ รุด ฟาน นิสเตลรอย ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็น 1 ในตำนานสโมสรที่ลงสนาม 220 นัด และยิงได้ถึง 150 ประตู และริโอ เฟอร์ดินานด์ กองหลังที่มีค่าตัวสูงถึง 30 ล้านปอนด์
แต่อย่างไรก็ดี ในปี 2001-2006 ยูไนเต็ดได้ประสบปัญหาหลายอย่าง อย่างแรกคือสโมสรไม่สามารถหาผู้รักษาประตูที่เป็นตัวตายตัวแทนของ ปีเตอร์ ชไมเคิล ได้ สโมสรได้เปลี่ยนผู้รักษาประตูมือ 1 หลายคน ไม่ว่าจะเป็นมาร์ค บอสนิช, ไรมอนด์ ฟาน เดอ ฮาว, มัสซิโม่ ตาอิบี้, พอล ราชุบก้า, แอนดี้ กอแร่ม, ฟาเบียง บาร์กเตซ, ทิม โฮเวิร์ด, รอย คาโรล, และ ริคาร์โด้ โลเปซ และปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือมีผู้เล่นที่เป็นกำลังหลักจำนวนมากได้ออกจากสโมสรไม่ว่าจะเป็นยาป สตัม, เดวิด เบ็คแฮม, รอย คีน กัปตันทีม, หรือแม้กระทั่งรุด ฟาน นิสเตลรอย โดยมีสาเหตุมาจากการมีปัญหากับเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน [4] [5] ทั้งสิ้น ในช่วง 5 ปีนี้ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ลีกเพียงครั้งเดียว (ฤดูกาล 2002-2003) และได้ถ้วยรางวัลอื่นๆ อีก 2 รายการ คือ เอฟเอคัพ (2003-2004) และ ลีกคัพ (2005-2006) เท่านั้น โดยใน 2 ฤดูกาลหลัง เชลซีได้เข้ามามีบทบาทเด่นในฟุตบอลลีกเนื่องมาจากการเข้าเทคโอเวอร์สโมสรของ โรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ทำให้เชลซีมีงบประมาณซื้อตัวผู้เล่นไม่จำกัดและคว้าแชมป์ลีก 2 ปีติดต่อกัน
ต่อมาในปี 2006-2008 อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้ผ่าตัดทีมใหม่อีกครั้ง โดยมีแกรี่ เนวิลล์ เป็นกัปตันทีมคนใหม่ที่รับตำแหน่งกัปตันแทน รอย คีน 11 ผู้เล่นของยูไนเต็ดมีความลงตัวกว่าปีที่ผ่านๆ มา ผู้เล่นที่โดดเด่นมี เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติฮอลแลนด์ที่เป็นตัวแทนของ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล และกองหลังมีเนมานย่า วิดิช ผู้เล่นยอดเยี่ยมของเซอร์เบียแอนด์มอนเตเนโกร และริโอ เฟอร์ดินานด์กองหลังค่าตัว 30 ล้านปอนด์เป็นแกนกลาง, ปีกซ้ายขวามี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกดาวรุ่งโปรตุเกสที่สืบทอดเสื้อหมายเลข 7 ต่อจากเดวิด เบ็คแฮม และนานี่ ปีกดาวรุ่งผู้เป็นตัวแทนของไรอัน กิ๊กส์ และกองหน้ามี เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิงประตูที่มีค่าตัวถึง 27 ล้านปอนด์ [6] เป็นกำลังหลัก อเล็กซ์เฟอร์กูสันได้กล่าวว่าทีมชุดนี้เป็นชุดที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ชุดปี 1999, ซึ่งทีมชุดนี้สามารถนำแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไล่ล่าความสำเร็จอีกครั้ง โดยการคว้าแชมป์ลีก 3 ปีติดต่อกันในปี 2006-2009 และการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้งในฤดูกาล 2007-2008
ในปี 2010 เนมานย่า วิดิช ได้รับตำแหน่งกัปตันหลังจากการประกาศเลิกเล่นของแกรี เนวิลล์ ผู้เล่นที่มีความโดดเด่นในช่วงนี้คือ ไมเคิล โอเวน อดีตกองหน้าลิเวอร์พูลที่สวมเสื้อหมายเลข 7 ต่อจากคริสเตียโน โรนัลโด, คาเบียร์ เอร์นันเดซ บัลกาซาร์ กองหน้าทีมชาติเม็กซิโก, และดาวิด เดเคอา ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปนผู้เป็นตัวแทนของฟาน เดอ ซาร์ ยูไนเต็ดประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องโดยชนะเลิศในลีกได้อีกสองครั้งในรอบ 3 ปีคือฤดูกาล 2010-11 และแชมป์ลีกสมัยที่ 20 ฤดูกาล 2012-13 ก่อนจะปิดท้ายยุคสมัยของเซอร์อเล็กซ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ในประวัติศาสตร์ของสโมสร

การเทคโอเวอร์ของมัลคอล์ม เกลเซอร์